กาลเทศะ

หนังสือ:กาลเทศะ

ผู้แต่ง:

URL แบบสั้น: http://iseek.online/?p=16289

เราต้องเคยเห็นผู้ป่วยที่ทำให้ความกลัวของตนปรากฏชัดขึ้นมาว่า ถ้าออกจากบ้านไปจะได้รับอุบัติเหตุ ความคิดนี้มีอำนาจควบคุมถึงขนาดที่ว่า คนเหล่านี้หยุดที่จะออกไปข้างนอก ในทำนองเดียวกันบางคนที่สร้างความกลัว จิ้งจกหรือแมวให้เป็นปมขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนเกี่ยวกับความกลัว นี้ กระนั้นความคิดที่ปราศจากเหตุผล ก็ทำให้เกิดความกลัวในจิตของพวกเขา
ครั้งหนึ่งมีผู้ป่วยถูกนำตัวมาพบข้าพเจ้า เธอมีความคิดที่ชอบกลว่า เธอเป็นเหยื่อของมนต์ดำ เนื่องจากเธอมีอาการปวดในกระเพาะหลังอาหารทุกมื้อ สามีของเธอกลับเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผล ข้าพเจ้าเองก็วินิจฉัยว่ามันเป็นความคิดประหลาดชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น เธอจึงได้รับการแนะนำยาบางตัวไป เพื่อแก้ไขระบบย่อยอาหาร แต่อาการของเธอกลับเลวร้ายลง เป็นผลจากการปรับอารมณ์ เธอต้องเข้าโรงพยาบาลและแม้ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินหลายพันรูปี แต่อาการก็ยังทรงอยู่ ดังนั้น เธอจึงถูกนำเข้าโรงพยาบาลประสาท หลังจากการรักษาทางจิตเวชเป็นเวลา 1 เดือน โดยมีนักจิตปฏิบัติมาให้คำปรึกษาด้วย เมื่อไม่มีอะไรที่ทำให้สถานการณ์กระเตื้องขึ้น เธอจึงถูก นำมาหาข้าพเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้ารับฟังเธออย่างใจเย็นที่สุด และบอกให้ เธอมาพบข้าพเจ้าหลังจาก 2 หรือ 3 วัน เพื่อให้ข้าพเจ้าสามารถตรวจสอบ ว่ามนต์ดำชนิดไหนที่มีผลกระทบกับเธอ เธอมาพบข้าพเจ้าเรื่อยมาเป็นเวลาสองอาทิตย์ และข้าพเจ้าก็ขออภัยเรื่อยมาว่า เนื่องจากภารกิจอื่น ข้าพเจ้า จึงไม่อาจจัดเวลาไว้ในกรณีของเธอได้ ในที่สุดเมื่อประเมินว่า เธอได้สร้างความ เชื่อจนเป็นรูปธรรมขึ้นมาว่า ไม่มีผู้ใดนอกจากข้าพเจ้าเท่านั้นที่สามารถรักษา เธอให้หายได้ ข้าพเจ้าจึงบอกว่า เธอตกเป็นเหยื่อมนต์ดำที่รุนแรงมากจริงๆ และเพื่อบำบัดรักษา จำเป็นที่เธอจะต้องตื่นขึ้นมา แต่ เช้าตรู่ ในเวลา เท่านั้น เท่านี้ และต้องพยายามหลับตาเพ่งจิตใจ ซึ่งข้าพเจ้าจะปลดปล่อยเธอออกจากอำนาจ ความชั่วร้ายของมนต์ดำ ด้วยพลังทางจิตวิญญาณของข้าพเจ้า คนไข้บอกกับ ข้าพเจ้าในภายหลังว่า
“ฉันตื่นอยู่ตลอดทั้งคืน เพราะเกรงว่าจะหลับไปในเวลาที่กำหนดไว้ ณ เวลาดังกล่าว ฉันหลับตาลง และเริ่มจินตนาการเกี่ยวกับท่าน รู้สึกว่าพลังจากสมองของท่านได้หลั่งไหลมายังฉัน ด้วยผลกระทบของพลังสมองดังกล่าว ฉันพบว่าตนเองอยู่ในสุสานเก่าๆ ที่นั่นฉันได้ขุดหลุมขึ้นระหว่างหลุมศพสองหลุม ตุ๊กตา ถูกขุดขึ้นมา ชื่อของฉันถูกเขียนไว้บนไหล่ของตุ๊กตาตัวนั้น ฉันจึงทิ้งตุ๊กตาดัง กล่าวลงไปในบ่อน้ำในสุสาน และด้วยการกระทำดังกล่าวอาการปวดท้องของฉัน ก็หายไป
ทั้งหมดที่ข้าพเจ้าทำก็คือ ณ เวลาที่ตกลงกันไว้ ข้าพเจ้าได้ถ่ายทอดความคิดนี้ไปสู่ผู้ป่วยว่า เธอได้รับการขับไล่อิทธิพลความชั่วร้ายของมนต์ดำใดที่มีผล กระทบต่อเธอออกไปแล้ว
ตามกฎเกณฑ์การสร้างสรรค์ มนุษย์คือการรวบรวมของผนึก 3 ผนึก ด้วยกัน ผนึกที่หนึ่งคือผนึกเกี่ยวคุณลักษณะ อีกผนึกหนึ่งคืออัตตาและผนึกที่ สามแยกผนึกแรกทั้งสองออกจากกัน ผนึกที่สามนี้คือเรือนร่างของมนุษย์
แต่ละผนึกมีการจัดการความ ลึกของตนเอง อัตตามีความรู้สึก เข้าใจ อย่างลึกซึ้ง สังเกตความคิดและจินตนาการอย่างใกล้ชิด ผนึกของคุณลักษณะจะนำพาจินตนาการ และความคิดไปสู่เรือนร่างที่เป็นเนื้อหนังมังสา ในรูปของมโนคติ หลังจากให้เหตุผลความสำคัญต่อมโนคติแล้ว คุณลักษณะจะเป็น ตัวชี้ถึงความรู้สึกของความสุขหรือโศกเศร้า ถ้าได้รับการป้อนด้วยข้อมูลเกี่ยว กับสวนที่สวยงาม ก็จะมีคลื่นแสงสว่าง กลิ่นหอม ความรู้สึกถึงความงดงาม สาดซัดมา และถ้าถูกป้อนด้วยข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุ แสงสว่างสดใสสีลันสวยงาม ก็จะถูกแทนที่ด้วยความมืดมิด กลิ่นเหม็นก็จะแทนที่ความหอมหวน ความสวยงามจะถูกแทนที่ด้วยความน่าเกลียด ความโศกเศร้าแทนที่ความรื่นเริง ความตื่นตกใจ แทนที่ความหวัง และความรักถูกแทนที่ด้วยความเกลียดชัง
ผนึกซึ่งถูกทำให้เป็นกลางโดยธรรมชาติมีรอยประทับ 2 ลักษณะ ลักษณะที่หนึ่งคือรอยประทับแต่กำเนิด ซึ่งถูกเก็บไว้ด้วยความสว่างของความ ฉลาด และไม่มีปฏิกิริยาต่อกาลเทศะ อีกลักษณะหนึ่งคือรอยประทับที่แสดง ออกมา อารมณ์ของความใจแคบ ความเห็นแก่ตัว ปมของความเหนือกว่า ความอิจฉาริษยา อารมณ์วิปริตถูกผลิตออกมาจากด้านนี้
สิ่งที่เป็นจริงคือการอธิบายความคิด ความหมายที่ถูกให้เหตุผลของความคิด กลายมาเป็นทรรศนะและมโนคติ หลังจากการก่อสัณฐานลักษณะโฉมหน้า ขึ้นมาแล้ว มโนคติเหล่านี้นี่เองที่กำหนดวิถีชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุข และความสะดวกสบายหรือชีวิตที่มีแต่ความเศร้าโศกและความทุกข์ยาก
ถ้ามโนคติมีความยุ่งเหยิงและสลับซับซ้อน จะก่อให้เกิดความทุกข์ไม่สบาย และมีความวิตกกังวล และจะทำให้เกิดการขูดขีดขึ้นในรอยประทับแต่กำเนิด รอยขูดขีดเหล่านี้นี่เองที่เป็นเหตุผลเบื้องต้นของการฉ้อฉลทางคุณธรรม และรอยขูดขีดเดียวกันนี้ ทำให้เกิดโรคติดต่อเหมือนลมบ้าหมูโรคซึมเศร้า ความดัน ตา โรคจิตเสื่อมประเภทเก็บตัว ความกังวล มะเร็ง แผลซ่อนทะลุ วัณโรค และวัณโรคปอด เป็นต้น
ตราบเท่าที่แรงกระตุ้นขั้นพื้นฐานของเรายังคงไม่อิ่ม เราจะรู้สึกเศร้าสร้อย การทำลายนี้เป็นผลให้เกิดความรู้สึกไม่สบาย และความทุกข์ระทมนับ เป็นลักษณะสำคัญของชีวิต ที่เรายังคงไล่ล่าสิ่งที่สามารถให้ความรื่นเริงหรรษา แก่เราอยู่ แต่โดยเหตุที่อีกนัยหนึ่ง เราละลืมกฎเกณฑ์ที่ควบคุมชีวิตที่มีความเศร้าโศกและความสุขหรรษาอยู่ ในการแสวงหาความสุข เราจึงมักยังคงมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางที่ผิด และเพราะความเขลาของเรา บ่อยครั้งจึงเลือกเส้นทางที่สิ้นสุดลงด้วยความมืดมิด
เมื่อวิเคราะห์ชีวิตเราได้รับบทสรุปว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของชีวิตเราหมดไปกับความวิตกกังวลและความยากลำบาก สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะเราไม่รู้เกี่ยวกับเส้นทางดังกล่าว ซึ่งได้รับแสงสว่างด้วยเทียนของความหรรษา ที่สร้างหยด น้ำค้างของไข่มุก ซึ่งมีบรรยากาศหอมหวนและสงบนิ่ง ทั้งยังเป็นเครื่องหอม ซึ่งให้ความสว่างแก่จิตสำนึกของเรา
เรายังคงไม่มีความสุขและถูกทำลาย เพราะแรงกระตุ้นของเราไม่ได้ ปรากฏขึ้นต่อความรู้สึกอย่างเหมาะสม และยังคงละเลยความจำเป็นในการควบคุมภูมิหลังแห่งแรงกระตุ้นของตัวเราเอง

แสดงทั้งหมด ↓

โปรดให้ความคิดเห็นของคุณ

Your Name (required)

Your Email (required)

Subject

Category

Your Message