มนุษย์ ณินและเทวทูต

หนังสือ:มนุษย์ ณินและเทวทูต

ผู้แต่ง:

URL แบบสั้น: http://iseek.online/?p=16309

มหาตะ ราชา รักโอ ราว มีความยกย่องอย่างสูงต่อบาบาชาริบเสมอ เมื่อใดก็ตามที่พระองค์จะมาหาท่านหรือขอร้องสิ่งใด วิธีการของพระองค์ที่คือ เสนอบางสิ่งบางอย่างต่อพระผู้เป็นเจ้าอย่างสุดชีวิต ครั้งหนึ่งมหาราชากล่าว กับนักปราชญ์ทางด้านจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของพระองค์ ว่า
“สิ่งถูกสร้างที่ไม่สามารถมองเห็นได้ อย่างเช่นเทวทูตและญินนั้น มีรายงานบอกเล่าเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น คัมภีร์ของพระเจ้าทั้งหมด ได้กล่าวบางเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งถูกสร้างดังกล่าว มโนคติของวิญญาณที่ชั่วร้ายสามารถ พบได้ในทุกศาสนาเช่นกัน แต่เนื่องจากขาดการอธิบายที่เป็นตรรกะและวิทยา ศาสตร์ ผู้คนที่โน้มเอียงไปทางการใช้เหตุผลจึงปฏิเสธที่จะรับรู้ ความเข้าใจใดๆ ที่เหมาะสมในประสบการณ์ในเรื่องนี้ยังอยู่ในระดับปัจเจกเช่นกัน ไม่ได้ขึ้นไป อยู่ในระดับหมู่คณะ ถ้าท่านจะสามารถให้ความกระจ่างในประเด็นนี้ได้
สิ่งใดก็ตามที่ถูกกล่าวถึงในคำตอบของบาบาตะฌุดตีนต่อคำถามของ ราชานั้นชัดเจนในความจริง ที่ว่าธรรมชาติได้กระซิบกระซาบความลับของมัน ต่อผู้ที่สนใจที่จะฟังคำกระซิบกระซาบนั้น ขณะเมื่อปัญหานี้ถูกถามขึ้น ตะฌุดดีน บาบา กำลังเอนหลังหนุนหมอนอยู่และจ้องไปบนท้องฟ้า ท่านกล่าวว่า
“เอาละ เราทั้งหมดล้วนคุ้นเคยกับสิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า อย่างเช่นดวงดาว และมีนานๆ ครั้งมีกลางคืนที่ท้องฟ้าถูกประดับไว้ด้วยดวงดาวแล้วเราสังเกตไม่ เห็น นับว่าน่าสนใจมากที่จะกล่าวว่า เราพูดว่าเราเห็นดวงดาว เราคุ้นเคยกับ เทหวัตถุที่อยู่บนท้องฟ้า แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่มองเห็นและปริมณฑลของ เทหวัตถุในท้องฟ้าที่เรารู้จักนั้น การอธิบายเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้อยู่นอกเหนือความ สามารถของเรา อะไรก็ตาม ที่เริ่มต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้จะไม่มากไปกว่าความฝัน แต่เราก็ยังคงถือว่าเรารู้ ไม่แปลกหรอกหรือที่ว่า เมื่อเรากล่าวอ้างว่ารู้บางสิ่ง บางอย่าง แต่เราไม่เอาธุระที่จะคิดว่า บางที่มีความจริงอันใดในการกล่าวอ้าง นี้หรือไม่”
“พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่นั้นพูดแล้วบอกมาซิว่า ความรู้ของมนุษย์ นั้นมีความจำกัดจำเขี่ยเพียงใด ความจริงนอกจากเขาไม่รู้อะไรเลยแล้ว มนุษย์ ยังเชื่อว่าเขารู้เอามากๆ เลยด้วย ลืมเสียเถิดเกี่ยวกับดวงดาวและเทหวัตถุบน ท้องฟ้า สิ่งเหล่านี้คือวัตถุที่อยู่ห่างไกลออกไป ขอให้เราพิจารณา กรณีของ สิ่งต่างๆที่อยู่ใกล้ตัวมนุษย์และยังคงอยู่ในประสบการณ์ของเขาอยู่บ่อยครั้ง คุ้นเคยกับอรุณรุ่งของกลางวัน กลางวันคืออะไร อะไรคือความหมายและวัตถุประสงค์ของอรุโณทัย วงจรของกลางวันและกลางคืนนี้คืออะไร เราไม่ รู้อะไรเลย คำพูดที่กล่าวในเรื่องนี้ก็คือนี่คือกลางวันและจากนั้นกลางคืนก็ ติดตามมา หรือในทางกลับกัน นี่คือกิจวัตรของมนุษยชาติ”
“รักโฮ ราว โปรดพิจารณาเถิด คำตอบนี้ให้ความพึงพอใจต่อผู้มีจิตใจ จริงจังหรือไม่ กลางคืนและกลางวันไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่มองไม่เห็นเหมือนกับ ญินและเทวทูต มีปรากฏการณ์หนึ่งของสิ่งเหล่านั้นที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ คุณอาจกล่าวได้ว่ากลางคืนและกลางวัน เป็นสิ่งที่ต้องเชื่อ เพราะสามารถมอง เห็นได้ แต่อย่าลืมบทบาทของความคิดที่อยู่เบื้องหลังการมองเห็น ล้วนไม่สามารถ พูดสิ่งใดเกี่ยวกับสิ่งที่มองเห็นได้ ถ้าความคิดไม่ปฏิบัติการสนับสนุนมัน”
“ความสัมพันธ์ระหว่างความคิดกับการมองเห็นนั้นชัดเจนเพียงพอ ความ จริงกระบวนการทั้งหมด ไม่มีอะไรนอกจากความคิด หากปราศจากความคิด การเห็นก็เป็นเพียงภาพเงาที่พูดไม่ออก ความคิดคือพื้นฐานและต้นกำเนิดของ ประสบการณ์ทั้งหมดของเรา กรณีของความรู้สึกอื่นๆ ก็คล้ายคลึงกัน ความ รู้ลึกทั้งหมดล้วนหนวก บอด และใบ้ ถ้าหากความคิดไม่ทำหน้าที่อยู่เบื้องหลัง
“ความคิดให้ความหมายแก่ความรู้ลึกของความเข้าใจ โดยปรกติความ รู้สึกและความคิดจะถูกพิจารณาว่าเป็นสองสิ่งที่แตกต่างกัน แต่ความจริงมิได้ เป็นเช่นนั้นเลย มนุษย์เป็นเพียงชุดของความคิด หรือกล่าวได้ว่ามนุษย์ไมใช่ สิ่งใดเลยนอกจากแบบแผนของความคิด ในทำนองเดียวกับเทวทูตและญิน และสิ่งถูกสร้างทุกชนิด ไม่มีการรับรู้ใดๆ ต่อสิ่งที่อยู่รอบด้าน นอกจากแบบ แผนของความคิดเท่านั้น”
ระหว่างเวลาของการสนทนานี้ เราบังเอิญไปถึงจุดซึ่งความลับมากมาย ของจักรวาลจะถูกเปิดเผย ท่านกล่าวและพูดต่อไปว่า
“จงพึงอย่างตั้งใจ หลายสิ่งหลายอย่างยังคงปรากฏขึ้นในความคิดของ เรา สิ่งเหล่านี้เข้ามาในความคิดของเราจากภายนอก ความจริงมนุษย์ยังคง ยอมรับอิทธิพลความคิดของสิ่งถูกสร้างอื่นๆ เหมือนกับที่เขาได้รับผลกระทบ จากความคิดของเพื่อนมนุษย์อื่นๆ ธรรมชาติยังคงป้อนความคิดที่มีขอบขีดจำกัด ให้ จากความคิดที่ไม่ขีดจำกัด ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจกบุคคลไม่ปรากฏ อยู่ จักรวาลก็จะถูกกำจัดไป มันเป็นแบบแผนแห่งพระผู้เป็นเจ้าของผู้ให้กำเนิด จักรวาลที่ว่า ความคิดของบุคคลผู้หนึ่งจะกระทบต่อความคิดของผู้อื่น มนุษย์ ถูกกักขังอยู่ในสถานะอันตาต้อย ญินเป็นภาพเงาดำ และเทวทูตเป็นความคิด ที่ถูกกักขังอยู่ในแสงซึ่งไมได้แยกสีที่ลีกลับซับซ้อนมากที่สุดซึ่งรู้จักกันในนามของ รัศมี (นูร) ความคิดทั้งหมดสามประเภทเหล่านี้คือจักรวาล ถ้าพวกเขาไม่คง การติดต่อซึ่งกันและกันอยู่ และผู้อื่นไม่สามารถรับคลื่นความคิดของผู้นั้นได้ ความเชื่อมโยงก็จะสึกกร่อนไปตามธรรมชาติ และจักรวาลก็จะล่มสลายลงในที่สุด”
“เพื่อการพิสูจน์สามารถกล่าวใต้ว่า ในความคิดของเรา มีความคุ้นเคย กับภาพเงาและสิ่งอื่นที่คล้ายกัน และนอกจากนั้น เรายังมีความคุ้นเคยทางจิต กับสิ่งที่รวบรวมด้วยแสง และรูปแบบต่างๆ ของมัน ถึงแม้ว่าประสบการณ์ของ ตัวเราเองจะสัมพันธ์กับปริมณฑลของวัตถุที่ตาด้อยก็ตาม”
“ในศัพท์ทั่วไป ความคิดมีอิทธิพลเหนือ “อัตตา” อัตตาหรือรูปแบบความ คิดนี้ เป็นการรวมตัวกันของเงื่อนไขที่เป็นการรวมของสิ่งที่เรียกว่า “ปัจเจก” ดวงดาวและธุลีเป็นการสรรค์สร้างประเภทเดียวกัน ไม่ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นต่อเรา พร้อมกัน หรือเราไม่สำนึกอย่างเต็มที่เกี่ยวกับความจริงที่ว่า การแลกเปลี่ยน ความคิดยังคงเกิดขึ้นระหว่างดวงดาว ดาวเคราะห์ ธุลีและสิ่งถูกสร้างทั้งมวล ซึ่งมีส่วนช่วยเหลืออย่างมากในความคิดของเรา และคลื่นความคิดของเราก็ สนับสนุนความคิดของพวกเขาด้วยเช่นกัน ความจริงจักรวาลทั้งหมดเหมือน กับครอบครัว มีธุระยุ่งอยู่กับการแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างปัจเจกบุคคล ญินและเทวทูตมีความใกล้ชิดกับเรามากกว่า ในแบบแผนความคิดของพวกเขา เพราะฉะนั้น พวกเขาจึงเคยชินกับเรา”
ตะยุดตีน บาบา เอาลิยา ยังคงจ้องไปที่ท้องฟ้า
“เราถูกเชื่อมโยงไว้กับระบบดาราจักร และมีสายสัมพันธ์ที่ถูกสร้างไว้ กับสิ่งเหล่านั้น ความคิดที่ยังคงปราก,ฎอยู่ในจิตใจของเรามาถึงเราจากระยะทาง ของระบบที่ตั้งอยู่ห่างไกลผ่านมาทางแสง คลื่นแสงนำภาพที่เป็นตัวแทนของ ความคิด ซึ่งถูกเรียกว่าความเพ้อฝน มโนคติจินตนาการและความคิด ฯลฯ เราพิจารณามันตามอำเภอใจหรือความคิดของเราเอง แต่ในความเป็นจริงมีได้ เป็นเช่นนั้น แบบแผนทางความคิดของสิ่งถูกลร้างทั้งมวล มีจุดประสงค์ร่วมกัน และเป็นจุดประสงค์ร่วมกัน ซึ่งหลังจากรวบรวมภาพซึ่งเป็นตัวแทนของความ คิดแล้ว ได้รายงานเราเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น ความรู้นี้ขึ้นอยู่กับจิตสำานึกของปัจเจก และเผ่าพันธ์ของเขา ภาพที่เป็นตัวแทนถูกปั้นในรูปแบบซึ่งได้รับการยอมรับโดย จิตสำนึกตามคุณค่าอัตตาตังกล่าวของมัน”
ณ ที่นี้คงไม่เป็นการออกนอกประเด็นที่จะกล่าวว่า สิ่งถูกสร้าง 3 ประเภท มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก ในลักษณะนิสัย ท่าที่และทั้งสามถูกกล่าวถึงในฐานะมนุษย์ เทวทูตและญิน ในอัลกุรอาน
ทั้งสามประเภทนี้ได้ในในระบบดาราจักรทั้งหมด ธรรมชาติออกแบบ ระบบที่ทั้งสามประเภทนี้ ได้กลายมาเป็นคนงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์ คลื่นของการสร้างสรรค์ได้ซึมซับจากจิตใจของพวกเขาเข้าไปในจักรวาล และ เมื่อคลื่นนี้ไปถึงจุดที่แน่นอนครอบคลุมระยะทางที่กำหนด ปรากฏการณหรือ ภาพสำแดงก็กลายเป็นจริง
ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไปแล้วว่า ความคิด อัตตาและบุคคลนั้นคือสิ่งเดียว และเหมือนกัน เนื่องจากคำที่แตกต่างกัน ทำให้สิ่งเหล่านี้อาจแสดงออกมาว่า เป็นสิ่งที่ต่างกันแต่มิใช่ ที่นี้ปัญหาก็คือบุคคล อัตตาหรือแบบแผนของความคิด คืออะไร มันคือเอกลักษณ์ซึ่งประกอบขึ้นด้วยรูปแบบและรูปทรงที่เหลือคณา นับและรายละเอียดของอารมณ์ สถานะ ความรู้สึกและความสามารถ การมองเห็น ได้ยิน สำเนียง ความรัก ความสงสาร การเสียสละ ซะตากรรม การเดินไปเดินมาและสิ่งอื่นๆ แต่ละสถานะเหล่านี้มีรูปแบบและรูปทรงนี้เพราะ ตามความ เป็นจริง ธรรมชาติได้รวบรวมรูปแบบ และรูปทรงที่ไม่สามารถ คำนวณนับได้ไว้ในแคปซูลเดียว ในลักษณะที่ ถึงแม้จะรักษาความเป็นปัจเจก ของตนไว้ได้ รูปแบบของสิ่งเหล่านี้ก็จะถูกทำให้เป็นรูปทรงในเรือนร่างเดียว ด้วยเหตุนี้ มนุษย์จึงมีชั้นต่างๆ นับพันชั้น ที่ทั้งหมดห่อหุ้มไว้ในเรือนร่างเดียว เหมือนกับกรณีของ เทวทูต และญิน การก่อรูปประเภทนี้เจาะจง เฉพาะสิ่ง เหล่านี้ เพียงเพราะพวกเขามีชั้นต่างๆ มากมายกว่าสิ่งถูกสร้างใดๆในจักรวาล ในจักรวาลมีเผ่าพันธุ์ที่มีชั้นเดียวกับหลายชั้น แต่ทว่าจำนวนของชั้นในเผ่าพันธุ์หนึ่ง จะเหมือนกันเสมอ
มนุษย์อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์ที่หาค่าไม่ได้ และความหลากหลาย ประเภทของพวกเขาก็มีมากมายจนไม่อาจจินตนาการได้ และญินกับเทวทูตก็ สามารถกล่าวได้ในลักษณะเดียวกัน แต่ละชั้นของมนุษย์ เทวทูตและของญิน เป็นสถานะที่นิรันดร บางชั้นมีความสดใสภายนอกและมีชีวิตชีวา และบางชั้น ก็ยังคงแฝงอยู่ เมื่อการเคลื่อนไหวของชั้นต่างๆ ปรากฏขึ้น มันจะเข้าไปในจิต สำนึก ซึ่งเมื่อมันยังแฝงอยู่ก็จะยังคงเป็นจิตไร้สำนึก ผลลัพธ์ของการเคลื่อน ไหวที่ปรากฏ ถูกเรียกว่าการประดิษฐ์หรือการค้นพบโดยมนุษย์ แต่ผลลัพธ์ของ การเคลื่อนไหวที่แฝงอยู่ แต่ยังไม่เกิดขึ้นกับความมีจิตสำนึกนั้นมีความสำคัญ และมีนัยยะมากกว่า ในธรรมชาติของสิ่งเหล่านี้ ณ ที่นี้ ความลับนี้ต้องการ การพิจารณาอย่างลึกซึ้งว่าจักรวาลทั้งมวลเต็มไปด้วยปรากฏการณ์ ซึ่งมีผล มาจากการเคลื่อนไหวที่แฝงอยู่ ในที่สุดแล้ว ขณะนี้ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ใช่ ผลผลิตของจิตสำนึกมนุษย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ด้านในที่แฝงอยู่ของมนุษย์ ไม่สามารถควบให้คงสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับมุมที่อยู่ไกลโพ้นและลึกลับของ จักรวาลได้ คุณลักษณะของตัวมนุษย์เองที่ต้องรับผิดชอบต่อความอ่อนแอนี้ ทำไมเขาจึงกักขังความคิดของตัวเองอยู่ในเทหวัตถุ สิ่งนี้อยู่เหนือความเข้าใจ ในจิตสำนึกของมนุษย์ สิ่งถูกสร้างใดก็ตาม ที่อยู่ในความเสียเปรียบเพราะสิ่ง ผูกมัดของกาลเทศะ ไม่สามารถไปถึงการควบคุมความคิดในระดับจักรวาลที่ ต้องการได้ เพราะฉะนั้น เพื่อบรรจุซ่องว่างของจักรวาล เทวทูตและ ญินจึงถูก สร้างขึ้นมา ความจริงความคิดของมนุษย์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้าง ปรากฏการณ์ทั้งหมด ซึ่งจำเป็นสำหรับความสมบูรณ์ของจักรวาลได้
จักรวาลเป็นชื่อของระยะทางของที่ว่างและเวลา ซึ่งสร้างขึ้นโดยคลื่น ของอัตตาที่ผสมกันแปรปรวน ความจริงกาลเทศะ เป็นรูปแบบของความไม่แน่ นอนนี้ ซึ่งแตกต่างกัน 2 รูปแบบ ผลของการผสมซึ่งกันและกันของคลื่นและ พื้นฐานของปรากฏการณ์ทั้งหมด คือ “ดุคอน (กลุ่มหมอก) ซึ่งความรู้ของ เราเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่งเริ่มด้น ในที่นี้ดุคอนไมใช่ควัน (ทั่วไป) ควันมองเห็นได้ขณะที่ ดุคอนเป็นควันที่มองไม่เห็น มนุษย์เป็นผลผลิตของควันที่เป็นด้านบวก ส่วนฌิน เป็นด้านลบของดุคอน ในขณะที่เทวทูตคือผลผลิตของส่วนสำคัญของทั้งสอง ส่วนประกอบทั้งสามนี้คือพื้นฐานของปริมณฑลที่มองเห็นและมองไม่เห็นของ จักรวาล ซึ่งจะยังคงปราศจากความเป็นคลื่นใดๆ ซึ่งหากปราศจากสิ่งเหล่านี้ แล้วจะเป็นเหตุให้ การไม่ปรากฏอยู่ของจิตสำนึกและจิตไร้สำนึกออกไปจาก ชีวิตของเรา ความสัมพันธ์ที่ประหลาดปรากฏอยู่ในทั้ง 3 ประเภทนี้ ภาวะหนึ่ง ของดุคอนในทางบวกคือ การไหลเวียนของความหวานปริมาณมากในเลือดของ มนุษย์ ภาวะที่เป็นลบของดุคอนรู้จักกันในชื่อของความเค็ม เกลือจำนวนมาก ถูกพบในญิน เทวทูตคือส่วนประกอบของทั้ง 2 ภาวะนี้ ถ้าภาวะด้านบวกถูก ทำให้ลดลงและภาวะที่เป็นลบ นั่นคือเกลือถูกทำให้เพิ่มขึ้นในมนุษย์ ดังนั้น ความ สามารถของญินจะถูกกระตุ้นในมนุษย์ และเขาจะเริ่มประพฤติเหมือนญิน ถ้าภาวะที่เป็นบวกของดุคอนนั่นคือน้ำตาลถูกทำให้เพิ่มขึ้น และภาวะด้านลบ นั่นคือเกลือถูกทำให้ลดลงในญิน ดังนั้น แรงดึงดูดของโลกจะถูกสร้างขึ้นในฝัน เป็นผลให้เกิดการสร้างน้ำหนักและรูปร่างทางกายภาพของพวกเขา กฎนี้ใช้ได้ อย่างเสมอกันในเทวทูตด้วย ถ้าทั้งด้านบวกและด้านลบขึ้นๆลงๆ อยู่เหนอวะตบ ที่กำหนด ดังนั้น เพราะดุคอนที่เป็นบวก จึงสามารถสร้างคุณภาพของมนุษย์ และเพราะดุคอนที่เป็นลบ คุณภาพของฌินจึงถูกสร้างขึ้นมาในเทวทูต
ในทำนองเดียวกันถ้าภาวะที่เป็นบวกและเป็นลบของดุคอน ถูกทำให้ลด ลงในมนุษย์จากระดับที่แน่นอนเขาจะเริ่มประพฤติเหมือนเทวทูต วิธีการนั้นเรียบ และง่ายดายที่เดียว ด้วยการลดการบริโภคเกลือและน้ำตาลตามปกติ ผู้หนึ่ง สามารถปลดเปลื้องจากความจำกัดของที่ว่างและเวลาเป็นการชั่วคราวเหมือน กับเทวทูต และด้วยการลดปริมาณน้ำตาลเท่านั้น ที่ข้อจำกัดของที่ว่างและเวลา จะสามารถได้รับการหลีกเลี่ยงเหมือนกับญิน แต่สำหรับการปฏิบัติตามวิธีการ ใดๆ ที่แนะนำโดยผู้ที่มีจิตวิญญาณนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ผู้ก่อตั้งสำนักคิดแห่งจิตสำนึกกอลันดารและเป็นหลานชายของอัซรัต ตะฌุดดีน บาบา นักปูรี คือกอลันดาร บาบา เอาลิยา กล่าวถึงเหตุการณ์ใน เรื่องของสิงโต และให้คำอธิบายที่เป็นวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสิ่งนี้ท่านกล่าวว่า “ครั้งหนึ่งท่านตะฌุดดีน คุณปูของฉันได้ปืนเขาในปาของวาที่ชารีฟ (ใน อินเดีย) พร้อมด้วยคนอื่นๆ อีกสองสามคน เมื่อบางคนพูดเปรยเกี่ยวกับการ มีอยู่ของ สิงโตในป่า ท่านกล่าวยิ้มๆ ว่า ใครที่กลัวสิงโต ก็กลับไปได้ ในขณะที่ ตัวท่านเองตั้งใจที่จะหยุดอยู่ที่นั่นชั่วขณะหนึ่ง และค่อนข้างแน่นอนว่าสิงโตจะมา แต่ไม่รบกวนและปล่อยให้ท่านอยู่ บางคนจากพวกเราหนีขึ้นไปซ่อนอยู่บนต้นไม้ และพุ่มไม้ใกล้ๆและทั้งหมดก็ทิ้งเหตุการณ์นั้นไป เพื่อผลประโยชน์ของพวกเขา ขณะนั้นเป็นฤดูร้อน ลมเย็นพัดอ่อนๆ และร่มไม้ทำให้น่าหลงใหลอยู่กับความ สงบร่มเย็น คุณปู่เลือกที่จะนอนลงบนหญ้าหนาและหลับตาลง
ไม่นานนักที่ความน่ากลัวของป่าได้เพิ่มความรุนแรงขึ้น และความรู้สึก ที่ว่าบางสิ่งบางอย่างจะเกิดขึ้น ได้เกาะกุมจิตใจของฉัน ฉันรอคอยอย่างใจจด ใจจ่อ การรอคอยนี้โมใช่เพื่อ ชัดอุ โยกี นักบุญหรือเพื่อมนุษยชาติคนใด แต่ เพื่อสัตว์ซึ่งในจิตใจของฉัน อย่างน้อยที่สุดมันก็กำลังก้าวมาที่ละก้าว ฉันมอง ไปยังคุณปู่ จากนั้นสิงโตตัวใหญ่ที่ปรากฏตัวขึ้นด้วยการปีนขึ้นลาดเนินเขาอย่างช้าๆ และอย่างให้เกียรติยิ่ง มันก้าวไปหาคุณปู่ด้วยดวงตาที่หรี่ลง ไม่นานนัก เมื่อไปถึงคุณปู่ มันได้เลียเท้าของคุณปู ซึ่งในขณะนั้นกำลังหลับสนิท สัตว์ตัวนั้นหลับตาอย่างปลาบปลื้ม และวางหัวของมันบนพื้นจนเกือบจะโดนเท้าของคุณปู่ ซึ่งยังคงนอนหลับโดยไม่รับรู้การปรากฏตัวของสัตว์ตัวนี้ หลังจากสิ่งโตรวบ รวมกำลังใจแล้ว ก็เริ่มเลียเท้าของคุณปู การกระทำเช่นนี้ทำให้คุณปูตื่นขึ้น ท่านลูบหัวมันแล้วกล่าวว่า “เจ้ามาแล้ว ฉันดีใจที่เจ้ามีสุขภาพดี เอาละ ตอนนี้ เจ้าไปได้แล้ว” สิงโตกระดิกหางด้วยความปิติและจากไป
ฉันคิดถึงเหตุการณ์นี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่มีใครเห็นสิ่งโตมาหาคุณปู่มาก่อน เพราะฉะนั้น เราต้องยอมรับว่าคุณปู่และสิงโตมีความคุ้นเคยต่อกันทางอารมณ์ ความรู้สึก คลื่นของอัตตา (คลื่นความคิด) ซึ่งแลกเปลี่ยนระหว่างคุณปู่กับ สิงโต คือแหล่งที่มาของความคุ้นเคยและการพบปะกัน นี่คือวิธีการที่สัญชาตญาณเกิดขึ้นในสิ่งที่สามารถสังเกตเห็นและมีความเข้าใจได้ แต่เหตุการณ์นี้พิสูจน์ว่าสัญชาตญาณก็เกิดขึ้นในสัตว์เช่นกัน ในกรณีนี้มนุษย์และ สิ่งถูกสร้างอื่นๆ มีความเท่าเทียมเหมือนกัน
กฎนี้สมควรได้รับการจดจำด้วยความสนใจอย่างมากว่า ความคิดเกือบ ทั้งหมดมาสู่จิตใจเราหรือไม่ขึ้นอยู่กับกิจธุระของเรา สิ่งเหล่านี้เป็นของสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ใกล้และที่ห่างไกลออกไป ซึ่งปรากฏอยู่ในที่แห่งใดแห่งหนึ่งในจักรวาล แนวความคิดที่เป็นของสิ่งถูกสร้างเหล่านั้นมาสู่เราโดยผ่านทางคลื่น และเมื่อ เราพยายามสร้างความเชื่อมโยงระหว่างความคิดเหล่านี้กับชีวิตของเรา ก็ล้มเหลวอย่างง่ายๆ มีสิ่งต่างๆ เพียงเล็กน้อยที่มีความสำคัญต่อการคำนึงถึงเกี่ยว กับคลื่นของอัตตา ตามทัศนะของนักวิทยาศาสตร์แล้ว แสงเป็นสิ่งเดียวที่มีความ เร็วสูงสุด แต่ความเร็วและความไวดังกล่าว ไม่สามารถทำให้มันขจัดระยะทาง ของกาลเทศะได้ แต่คลื่นของอัตตา (ความคิด) ปรากฏอยู่ทั่วไปในเวลาเดียว กลับยึดกุมระยะทางของกาลเทศะ กล่าวอีกอย่างหนึ่ง ระยะทางของกาลเทศะไม่ปรากฏอยู่สำหรับคลื่นเหล่านี้ คือระยะทางซึ่งคลื่นแสงต้องปกปิด ซึ่งการ ดำรงอยู่ของระยะทางดังกล่าว ไม่แม้แต่จะรับรู้โดยคลื่นเหล่านี้
มนุษย์คุ้นเคยกับการกระทำที่ออกมาอย่างชัดเจนตั้งแต่ตอนเริ่มต้นนั้นในการพูดนั้นคลื่นเสียง พร้อมด้วยความหมายก่อนการตัดสินใจได้ส่งข้อมูลไป ยังผู้ฟัง วิธีการนี้เป็นการลอกเลียนแบบวิธีการสื่อสาร ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างคลื่น อัตตา เป็นที่สังเกตกันโดยทั่วไปว่า คนใบ้ถ่ายทอดทุกสิ่งทุกอย่างผ่านการขยับ ริมฝีปากเล็กน้อย และผู้ที่ชำนิชำนาญในการอ่านริมฝีปาก จะเข้าใจทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เขาต้องการถ่ายทอด นี่ก็เป็นแบบจำลองของวิธีการเดียวกันด้วย สัตว์ชนิดต่างๆ ส่งความรู้สึกของพวกมันไปยังพรรคพวก โดยปราศจากการ ส่งเสียงใดๆ ในกรณีนี้เช่นกันที่คลื่นของอัตตามีผล ต้นไม้ก็สัมพันธ์และสื่อสาร กับต้นอื่นๆ โดยไม่เกี่ยวกับระยะทางระหว่างกัน การสนทนานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับต้นไม้ที่อยู่ใกล้กัน แต่ต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปก็มีส่วนร่วม กฎเดียวกันนี้ก็ใช้ได้กับแร่ธาตุเช่นกัน อัญมณี พลอย อนุภาคของวัตถุต่างๆ ต่างก็เจรจาซึ่งกัน และกันในแบบเดียวกัน
หลายเหตุการณ์เกี่ยวกับท่านศาสดาและผู้ที่มีพลังทางต้านจิตวิญญาณ คือหลักฐานยืนยันว่า จิตไร้สำนึกเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ที่ทำหน้าที่อย่างกระตือรือร้นในจักรวาลทั้งมวล ทุกคลื่นที่มองเห็นและมองไม่เห็น เข้าใจความหมาย ของความคิดอื่นๆ ถึงแม้สิ่งเหล่านี้จะอยู่คนละขั้วของจักรวาลก็ตาม ความเข้า ใจความสำคัญและความมีความหมายของสิ่งที่มองเห็นและสิ่งที่มองไม่เห็น คือสาระสำคัญแห่งชีวิตของจักรวาล ด้วยการไตร่ตรองพิจารณาดูสาระสำคัญ ของชีวิต ซึ่งเป็นสาระสำคัญของชีวิตของเราเช่นเดียวกันนี้ เราสามารถสำรวจ สภาพการณ์และสถานการณ์ของดาวเคราะห์ดวงอื่นได้ นอกเหนือจากโลกของ เราเอง เราสามารถด้นพบความคิดของมนุษย์และสัตว์ ตัวเราเองสามารถคุ้น เคยกับกิจกรรมของเทวทูตและ
ญินได้ และรู้ถึงการกระตุ้นภายในของพืชและ แร่ธาตุ ความเข้มข้นอย่างต่อเนื่องได้เปลี่ยนรูปหัวใจไปเป็นจักรวาลแห่งจิตไร้ สำนึก และการที่ตัวตนเทียมยอมรับเปลือกหุ้มของคุณลักษณะของเราคือการ ถูกปลดปล่อยจากการเกาะกุมของอัตตา และเริ่มสังเกตพร้อมทั้งเข้าใจ สิ่งต่างๆ ที่ต้องการ และรักษาไว้ในจิตสำนึก
กิ่งก้านของต้นไม้ที่เขียวชอุ่มและอ่อนนุ่ม มักจะโน้มลงอย่างง่ายดาย เราสามารถใช้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นของมัน ในขณะที่การพยายามโน้ม กิ่งไม้ที่แห้งและแข็งกระด้างมักไม่ได้ผลลัพธ์ใดๆ เลย อย่างไรก็ตาม ก็เป็นการ ไหลเวียนที่มีประโยชน์ของธรรมชาติและเป็นไปตามกฎของพระผู้เป็นเจ้า
“ผู้ที่พยายามเพื่อพระผู้เป็นเจ้า แน่นอนพระผู้เป็นเจ้าจะทรงเปิดหนทาง ให้พวกเขา”
การเอาประโยชน์จากกฎข้อนี้ คุณสามารถศึกษาเรื่องโทรจิตได้เช่นกัน ภายหลังจากเริ่มการฝึกฝนที่ได้รับการแนะนำ

แสดงทั้งหมด ↓

โปรดให้ความคิดเห็นของคุณ

Your Name (required)

Your Email (required)

Subject

Category

Your Message