ด้านในและด้านนอก

หนังสือ:ด้านในและด้านนอก

ผู้แต่ง:

URL แบบสั้น: http://iseek.online/?p=9639

ในอนุกรมแห่งการสร้างสรรค์ที่ไม่มีสันสุดที่เชื้อเชิญการพิจารณาของเราก็คือ มีด้านในและด้านนอกอยู่ในตัวเรา ด้านนอกเรียกว่าสสาร และด้านในเรียกว่าวิญญาณ วิญญาณนั้นก็มี 2 ระนาบเช่นกัน สิ่งที่ ปรากฏอยู่สิ่งหนึ่งของวิญญาณคือ “เสื้อคลุม” ที่รับเอามาโดยวิญญาณ และสิ่งที่สองคือตัวตนของวิญญาณเอง ท่านกอลันดาร บาบา เอาลิยาได้ยกตัวอย่างด้านทั้งสองนี้ว่า เป็น “เสื้อคลุม” กับ “ร่าง” ในหนังสือ “ลุอ์อัลกอลัม” (ปากกาแห่งแผ่นจารึก) ของท่านท่านกล่าวว่า
“ภาพภายนอกของเนื้อหนังมังสาและกระดูกที่อยู่ต่อหน้าเรา ในทางสรีระ วิทยาเป็นโครงสร้างของกล้ามเนื้อและอื่นๆ ที่อยู่เหนือโครงกระดูก จึ่งให้รูปร่างกับ ร่างกาย ร่างกายที่เป็นโครงสร้างนี้ถูกถือว่าเป็นของจริง ในการปกป้องเรือนร่างนั้น สิ่งที่เรียกว่าเครื่องนุ่งห่มจะได้รับตัดเย็บขึ้น ซึ่งอาจเป็นผ้าฝ้าย ขนสัตว์ หนังสัตว์ หรืออื่นๆ โดยพื้นฐานแล้ว การสวมใส่เสื้อผ้าก็เพื่อปกป้องร่างกายที่เป็นเนื้อหนังมังสา และกระดูก เครื่องนุ่งห่มโดยตัวมันเองแล้วไม่มีชีวิตและการเคลื่อนไหวของตัวเอง เมื่ออยู่บนเรือนร่างก็จะเคลื่อนที่ไปพร้อมๆ กับร่างกาย หมายความว่าการเคลื่อน ที่ของเสื้อผ้าถูกส่งผ่านมาจากร่างกาย แต่ความจริงการเคลื่อนที่เป็นของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เมื่อเรายกแขน แขนเสื้อก็เคลื่อนไหวตามการเคลื่อนไหวของแขน แขน เสื้อคือแขนของเสื้อ จึ่งถูกสวมใส่เพื่อปกปีองร่างกาย ดังนั้น การกำหนดของเสื้อ ผ้าจะเป็นเช่นนั้น คือเมื่ออยู่บนร่างกาย การเคลื่อนที่ของร่างกายจะส่ายเทไปยังเสื้อ เมื่อถูกลอดออกและใส่ไว้ในไม้แขวน ก็จะอยู่ในสภาพหยุดนิ่ง ปราศจากการเคลื่อนไหวใดๆ”
ที่นี้เราลองมาให้ความสนใจการเปรียบเที่ยบเสื้อผ้ากับร่างกาย มีตัวอย่างมาก มายที่สามารถนำมาแสดงได้ แต่เพื่ออธิบายความหมายที่แท้จริง เพียงตัวอย่างเดียว ก็น่าจะเพียงพอ นั่นคือเมื่อบุคคลผู้หนึ่งเสียชีวิตลง ร่างของผู้เสียชีวิตนั้นอาจถูก หั่นออกเป็นชิ้นๆ ถูกกระชากลากดึงไป สามารถจะกระทำสิ่งใดก็ได้ โดยที่ร่างนั้น ไม่มีการต่อสู้ป้องกัน หรือมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นในส่วนใด ร่างดังกล่าวยังคงนอน สงบนิ่งในท่าและ ณ สถานที่ที่ถูกวางลง ไม่มีร่องรอยของชีวิตหลงเหลืออยู่ นั่น หมายความว่าหลังการเสียชีวิต ร่างกายเปรียบเสมือนเสื้อที่ถูกถอดออก บุคคลที่แท้ จริงในร่างนั้นได้ละทิ้งไป เขาจากร่างกายไปยังสถานที่บางแห่ง เมื่อได้รับการพิสูจน์ จากการสังเกตและประสบการณ์แล้ว ร่างที่เป็นเนื้อหนังมังสาและกระดูกดังกล่าว เป็นเพียง “เสื้อผ้า”ไม่ใช่ตัวบุคคลที่แท้จริง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องแสวงหาความจริง แท้ของมนุษย์ และสถานที่ที่เขาอยู่หลังออกจากร่างกายไปแล้ว
ถ้าร่างกายนี้เป็นบุคคลที่แท้จริงไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งจะต้องมีร่องรอยหรือ สัญญาณของชีวิตอยู่บ้าง หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว แต่ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ไม่มีหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียว บ่งบอกถึงการเคลื่อนที่ ของร่างกายที่ตายไปแล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้เราถูกบังคับให้ต้องสนใจต่อ “บุคคล” ซึ่งละทิ้ง “เสื้อผ้า” ที่เป็นร่างกายไปยังสถานที่ใดลักแห่งหนึ่ง ชื่อของบุคคลนั้นได้ รับการเรียกขานจากบรรดาศาสดาว่า “วิญญาณ” (ภาษาอาหรับ-รุฮ์) จึ่งเป็นร่าง กายที่แท้จริงของมนุษย์ และร่างกายที่แท้จริงนี้ครอบครองศักยภาพจริงๆ ที่ซ่อน อยู่ จึ่งเรียกรวมว่า “ชีวิต”
ตัวอย่างที่งดงามเกี่ยวกับเสื้อผ้าและร่างกาย ได้พิสูจน์อย่างชัดเจนว่า บุคคล หรือชีวิตที่แท้จริงไม่ใช่ “เสื้อผ้า เสื้อผ้ายังคงเป็นเสื้อผ้า ตราบเท่าที่ยังอยู่บนร่าง กาย เมื่อถอดออกแล้วก็ไม่มีความสำคัญใดๆ มีแต่จะกระจัดกระจายและสูญสลายไป

ดูบทความนี้ในหนังสือที่พิมพ์บนหน้าเว็บ (หรือหน้า): 20 ถึง 21

แสดงทั้งหมด ↓

โปรดให้ความคิดเห็นของคุณ

Your Name (required)

Your Email (required)

Subject

Category

Your Message