ชีวิตคือข้อมูล

หนังสือ:ชีวิตคือข้อมูล

ผู้แต่ง:

URL แบบสั้น: http://iseek.online/?p=9571

ตามการสังเกตโดยทั่วๆ ไป มีวิถีชีวิตอยู่ 2 แบบ แบบหนึ่งมนุษย์ตอบสนอง ความจำเป็นและความปรารถนาด้านความรู้สึกทางจิตสำนึก และยังต่อสู้บากบั่นทางด้านกายภาพเพื่อให้ความปรารถนาทุกอย่างสมประสงค์ ความปรารถนาจะยังไม่เป็นที่พึงพอใจ หากอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายคือ มือ แขน เท้า หู ตา จมูก ฯลฯ ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเหมาะสม เราไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่า การเคลื่อนไหวต่างๆ ทุกอย่างของร่างกายถูกควบคุมโดยสมอง ส่วนต่างๆ ของร่างกายจะไม่มีการเคลื่อนไหว หากสมองไม่ถูกกระตุ้นและการกระตุ้นสมองถูกควบคุมโดยความคิด สมองจะไม่ออกคำสั่งหรือคำแนะนำใดๆ ไปยังอวัยวะต่างๆ ยกเว้นถูกกระตุ้นโดยความคิด บางอย่าง ถ้าเช่นนั้นความคิดคืออะไร

ความจริงความคิดคือข้อมูลที่จะตอบสนองความต้องการ ตัวอย่างเช่น สมองบอกให้เราไปนอน เนื่องจากหากยังคงตื่นอยู่ต่อไป อาจเป็นการไม่เหมาะสมต่อร่างกาย และการแนะนำให้ตื่น  เนื่องจากการนอนมากเกินไป อาจเป็นอันตราย ต่อประสิทธิภาพทางด้านกายภาพ สมองยังบอกให้เรากินบางสิ่งเช่น อาหาร เพราะ การสะสมพลังงานต้องการการเติมเชื้อเพลิง และยิ่งกว่านั้นสมองยังสั่งการเพื่อการบรรลุความต้องการอื่นๆ ของชีวิต  และเช่นกันร่างกายก็ปฏิบัติด้วยความเชื่อฟังอย่างดียิ่ง คำสั่งที่สมองสั่งการนั้นสอดคล้องกันอย่างยิ่งกับข้อมูลที่ได้รับ  แต่ไม่รู้ถึงแหล่งกำเนิดของข้อมูล สมองจะรับรู้แต่เพียงว่าได้รับข้อมูลมา แล้วอธิบายความหมาย ข้อมูลดังกล่าวในขอบข่ายความต้องการของร่างกาย และส่งผ่านไปยัง “เครื่องจักร” ที่สร้างอยู่ภายในร่างกาย เครื่องจักรนี้มีกรอบภารกิจที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามการชี้นำของสมอง ความจริงก็คือ ความต้องการของชีวิตวางอยู่บนข้อมูลเหล่านี้

 

การอธิบายความหมายของข้อมูลก็มี 2 ประเภทเช่นกัน ประเภทที่หนึ่ง เมื่อ ประสาทสัมผัสอยู่ภายใต้อิทธิพลของกาลเทศะ และอีกประการหนึ่งคือเมื่อประสาท สัมผัสเป็นอิสระจากข้อจำกัดของกาลเทศะ เหมือนอย่างที่มีสมองทางกายภาพในร่าง กายเพื่อควบคุมอวัยวะทางกายภาพของร่างกาย เพื่อรับข้อมูลและแปลความหมาย ไปยังร่างกาย เช่นกันมีสมองทางจิตวิญญาณ ซึ่งประกอบขึ้นด้วยองค์ประกอบและ ส่วนผสมเหล่านั้น ซึ่งเป็นอิสระจากความจำกัดของกาลเทศะ

สมองทางกายภาพบอกเราว่า เพื่อรักษาระดับพลังงานในร่างกาย จึงต้อง การอาหารเพื่อสนองตอบความต้องการ เราต้องเชื่อมขอบเขตต่างๆ ด้วยลักษณะ และความต่อเนื่องที่แน่นอน ตัวอย่างเช่น ในการทำขนมปังต้องมีการเพาะปลูกข้าว บาร์เลย์ ดูแลบำรุงรักษาเก็บเกี่ยวและนวดบดให้เป็นแป้ง แป้งถูกนำมาผสมกับน้ำ จากนั้นขนมปังจึงถูกอบ และนำมาให้บริการ นี่คือกระบวนการแปลความหมายข้อมูล ของสมองทางกายภาพ ขณะที่เมื่อสมองทางจิตวิญญาณบอกให้กินอาหารไม่จำเป็น ที่เราจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของการเตรียมอาหารนี้ทั้งหมด ทันที่ที่สมองทาง จิตวิญญาณได้รับข้อมูลให้กินอาหาร ข้อมูลจะได้รับการแยกแยะโดยสมองทางจิต วิญญาณว่าควรกินอาหาร โดยสามารถลบขั้นตอนทั้งหมดของระบบการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยวการนวด การม่แป้ง ฯลฯ ออกไปทันที สมองทางจิตวิญญาณจะทำงานตามปกติ ระหว่างสภาวะของการฝัน และหลังจากการฝันที่แน่นอน สมองทาง จิตวิญญาณก็จะตื่นตัว แม้ในมุรอกอบะฮ์ (สภาวะของการเข้าฌาน) เช่นเดียวกับ ที่บางคนกินขนมปังโดยไม่มี (ข้อมูล) ความขาดแคลนใดๆ ทางด้านทรัพย์สมบัติ  และทรัพยากรธรรมชาติที่ได้รับจากสมองทางจิตวิญญาณเช่นกัน ผู้มีความคุ้นเคยกับกระบวนการเข้าฌาน หรือจะกล่าวว่าผู้ที่จิตใจทางด้านจิตวิญญาณมีความตื่นตัว เขาก็ได้รับการปลดปล่อยจากการยึดกุมของกาลเทศะ

เช่นเดียวกับการกินระหว่างการตื่น เราต้องผ่านเข้าไปในหลายระยะ การเดิน ทางก็เช่นเดียวกันเราต้องปฏิบัติหลายขั้นตอน ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องเดินทางจาก การาจีไปลอนดอน เราต้องออกจากบ้านไปยังสนามบินด้วยรถรับจ้าง ขึ้นเครื่องบิน และไปถึงลอนดอนโดยการบินอยู่ในอากาศ แต่ถ้าเส้นทางดังกล่าว เป็นการเดินทาง ในสภาวะของการเข้าฌาน เราไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องการรถแท็กซี่ ขึ้นเครื่องบิน บุคคลผู้หนึ่งเดินทางระหว่างเข้าฌาน ณ ความเร็วของความคิด เมื่อเขานั่งอยู่ ที่การาจีต้องการไปเยี่ยมเดลฮี เขาไปถึงที่นั่นเพียงเสี้ยววินาที เกือบทุกคนมี ประสบการณ์สภาวะนี้ในความฝัน คนนอนหลับในการาจีฝันว่าตัวเองไปนั่งอยู่ที่สถาน ที่ฝังศพของกุตตาบุดดีน กากี ตระหนักและสำนึกถึงอากาศที่แวดล้อมเดลฮีได้ดี คนในครอบครัว ปลุกเขาตื่นขึ้นมาด้วยการขยับมือของเขา แล้วเขาก็อยู่ในการาจีอีก ครั้งหนึ่ง

ดูบทความนี้ในหนังสือที่พิมพ์บนหน้าเว็บ (หรือหน้า): 95 ถึง 97

แสดงทั้งหมด ↓

โปรดให้ความคิดเห็นของคุณ

Your Name (required)

Your Email (required)

Subject

Category

Your Message