การเพ่งกระจกเงา

หนังสือ:การเพ่งกระจกเงา

ผู้แต่ง:

URL แบบสั้น: http://iseek.online/?p=16297

เหตุการณ์เกี่ยวกับการเพ่งกระจกเงา ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ รายวันของอังกฤษชื่อ “มอร์นิ่ง ลีดเดอร์” (Morning Leader) ฉบับวันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1896 ว่า
“เมื่อเดือนที่แล้วร่างไรวิญญาณของ เดวิด โทมัส ซึ่งเป็นช่างไม้ที่ทำงานอยู่ในที่ดินของลอร์ด วินด์เซอร์ ถูกพบอยู่ที่ชานเมืองเฟอร์โรไวร์ เขาถูกใครคนหนึ่งยิง ถึงแม้จะมีการสอบสวนและสืบสวนอย่างละเอียดก็ไม่พบร่องของฆาตกร หรือชนวนที่เป็นสาเหตุการฆาตกรรม หลักฐานทั้งหมดตั้งประเด็นไปที่ว่าเดวิดเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน เนื่องจากนิสัยเงียบๆ ของเขา เขามีความสัมพันธ์ที่น่าพอใจในครอบครัว เดวิดมาจากเมืองเล็กๆ ชื่อ อาคาร์ติฟไซร์ แต่อาศัยอยู่ที่กลามอร์กอนไชร์ ซึ่งเขาได้แต่งงานกับผู้หญิงที่น่านับถือคนหนึ่ง
เขาถูกจ้างให้เป็นช่างไม้ในที่ดินของลอร์ดวินด์เชอร์ ดังนั้น เขาจึงอาศัยอยู่ ที่เชนต์ฟาริกอน ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้กับคาริดิฟ เขายังอยู่ที่นั่นได้ไม่นานนัก เมื่อเขาพบกับเหตุการณ์ที่น่ากลัวนี้ ในคืนวันเสาร์
ตอนเย็นของวันก่อนเกิดเหตุ เขาเลิกงานเร็ว ดังนั้น จึงสามารถขจัดต้นพืชผักที่ขึ้นอยู่หน้ากระท่อมได้
ในตอนบ่าย วันต่อมาเมื่อรู้สึกเหนื่อยเขาจึงกลับมาที่กระท่อม ภรรยา ของเขาบอกให้พาลูกๆ ไปข้างนอก แต่เดวิดไม่ตอบ ภรรยาของเขาซึ่งกำลัง ยุ่งอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของกระท่อมก็ไม่ได้สนใจ อย่างไรก็ตาม เธอจำได้ว่าเขาล้างหน้า และหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เขาก็ออกไปโดยไม่ได้เอาลูกๆ ไปด้วย
ดูเหมือนว่าเขาจะพบเพื่อน และออกไปที่ผับเพื่อดื่มเบียร์ พวกเขาแยก กันเมื่อเวลา 10.00 น. เขาเดินกลับมาบ้านด้วยความชื่นบาน เมื่อมาถึงช่วงถนนที่เงียบสงัด เป็นระยะทางยาว คนที่เดินผ่านไปได้ยินเสียงปืนตามด้วยเสียง ร้อง หลังจากได้ยินเสียงปืนไม่นาน ผู้ที่เดินผ่านไป เห็นชายคนหนึ่งเดินไปอย่าง เร่งรีบ ดูเหมือนชายผู้นั้นจะลำบากอย่างมาก
คนที่เดินมาตามถนนพบร่างที่เสียชีวิต ประมาณ 200 เมตรข้างหน้า ซึ่งภายหลังพิสูจน์ได้ว่าเป็นเดวิด เขาร้องขอความช่วยเหลือ เดวิดไม่ได้ตายทันที เขาพยายามวิ่งหลังจากที่ถูกยิง รอยเลือดก็แสดงเช่นนั้นเช่นกัน
เด็กสาวอายุ 19 ปี ซึ่งเคยชินกับการฝึกฝนการเพ่งกระจกเงา จากการแนะนำของสมาคมจิตวิทยาแห่งคาร์ดิฟ ซึ่งรายงานเรื่องแปลกหลายเรื่องเกี่ยวกับการฆาตกรรม โดยอาศัยการเพ่งกระจก
เธอถูกนำตัวไปยังเฟอร์ไวร์ ซึ่งเธอไม่เคยไปที่นั่นมาก่อนแต่เธอได้ให้ราย ละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลการฆาตกรรมทั้งหมด
หนังสือพิมพ์ เวสต์เทิร์นเมล์ ก็รายงานเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดนี้ เนื่องจากไม่เชื่อเรื่องราวพวกเขาจึงขอให้เด็กสาวช่วยทดลองซ้ำต่อหน้าผู้สื่อข่าว ของหนังสือพิมพ์ 2 คน เด็กสาวผู้นั้นยอมรับคำขอและนำตัวแทนทั้งหมดไปที่ผับ ซึ่งเดวิดผู้ตายไปดื่มครั้งสุดท้ายในชีวิตที่นั่น จากที่นั่นเด็กสาวพร้อมด้วย ผู้สื่อข่าวสองคนของเวสต์เทิร์นเมล์ เริ่มออกเดิน เธอได้ไปเงียบๆ สักพักหนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นว่า
“ฉันเห็นปืนพก เล็งมาที่ฉัน ปีนกระบอกนั้นใหม่และเป็นมันวาว และมี ลำกล้องใหญ่”
หลังจากนั้นมุ่งตรงไปราว 40 หลา เธอพูดขึ้นอีกว่า
“ฉันได้ยินเสียงเดินของใครบางคน ฉันมองเห็นผู้ชาย”
“ที่ไหน” ผู้สื่อข่าวถาม
“ตรงข้างหน้า เขากำลังคลานอยู่ข้างรั้วต้นไม้เตี้ยๆ บริเวณริมถนน ดังนั้น เห็นเขา”
“ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเขาหน่อย เขาแต่งตัวอย่างไร” ผู้สื่อข่าวถาม
ขณะนั้นเด็กสาวมีอาการเหมือนไม่รู้สึกตัว เธอก้าวไปข้างหน้าอย่างเร่งรีบ ผู้สื่อข่าวจับเธอไว้ เมื่อเด็กสาวผลักพวกเขาคนหนึ่ง นั่นคือเธอถูกชายที่เธอ เห็นกำลังผลักเธอ ดังนั้น เธอจึงร้องตะโกนขึ้น ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งรีบจับตัวเธอ เอาไว้ มิฉะนั้นเธออาจจะล้มลง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตรงที่เดวิดถูกยิงครั้งแรกพอดีถึงขณะนี้เด็กสาวกำลังร้องครวญคราง เธอพยายามเอื้อมไปที่ใต้หัวไหล่ ในสภาพที่เจ็บปวด ผู้สื่อข่าวจับแขนของเธอไว้เธอยังคงเดินซัดโซเซไปข้างถนน สภาพของเธอนั้นขั้นโคม่ามากขึ้น ตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีขาว เธอดูเหมือนกำลังจะตาย
“ปล่อยเธอไว้ตามลำพังเถอะ” ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งร้องออกมา
และขณะที่เด็กผู้หญิงถูกปล่อยเป็นอิสระ เธอก็ล้มลงบนถนน และร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ในที่สุดเธอก็ฟุบไปเหมือนกับตาย
“บอกมาเถอะเพื่อน แกเป็นใคร” ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งถาม
เด็กสาวตอบด้วยเสียงอ่อนระโหย “ฉันคือเดวิด โทมัส”
“คุณต้องการให้เราทำอะไร” ผู้สื่อข่าวถาม
“ฉันถูกยิงตาย” เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงของผู้ชาย
ใครยิงคุณ” เด็กสาวถูกถาม และเธอก็เอ่ยชื่อหนึ่งออกมา
“ตอนนี้เราทำอะไรให้เธอได้”
ริมฝีปากของเด็กสาวขยับช้าๆ ประหนึ่งว่าเธอกำลังเจ็บปวด
“ฉันจะแก้แค้นการสังหารฉัน”
“จากใครกัน”
“คนที่ยิงฉัน”
หลังจากนี้เด็กสาวบอกพวกเขาเกี่ยวกับที่ซ่อนอาวุธซึ่งใช้สังหารเดวิด ในระหว่างนี้เด็กผู้หญิงนอนราวกับว่าเธอตายไปแล้ว ครั้นแล้วทันใดนั้น เธอก็ร้องออกมาว่า
“ดูสิ ดูสิ” เธอร้องขึ้น และ ถูกทำให้ตกใจ
“ดูสิ มีเลือด
“ดูสิ หยดเลือด”
ผู้สื่อข่าวพยายามดูแต่ไม่เห็นเลือด เด็กสาวพูดด้วยอาการกลัวและสั่น ว่า
“เขาอยู่ที่นี่ พาฉันออกไปจากที่นี่”
และตัวเธอเริ่มแข็ง จนเกือบกลายเป็นหิน หน้าเธอเริ่มซีดเผือด
“คุณกำลังมองดูอะไร”
“วิญญาณ”
ผู้สื่อข่าวกลับไปด้วยความรู้สึกหวาดผวาและประสบการณ์ที่ชวนขวัญหนีดีฝ่อ”
เหตุการณ์นี้ดูเผินๆ แล้วเหมือนเป็นเรื่องลึกลับและเป็นปริศนา แต่ไม่ได้ เป็นเช่นนั้น คุณได้ศึกษาแล้วในบทนี้ว่า มีการควบคุมจิตสองแบบอยู่ในตัวมนุษย์
เมื่อจิตอีกจิตหนึ่งถูกกระตุ้น เราเริ่มมอง เห็นสิ่งต่างๆ ที่ไม่สามารถอธิบายได้ ด้วยความช่วยเหลือของสติปัญญา ที่ถูกจำกัดขอบเขตอยู่ในข้อจำกัดของที่ ว่างและเวลา
การฝึกใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพ่งกระจก หรือการฝึกอื่น ซึ่งในภายหลัง ได้ปลดปล่อยจิตใจจากการรีบเร่งของความคิด ทำให้สามารถรวมศูนย์ไปยังจุด เดียวอย่างเข้มข้น จนในที่สุดเป็นเหตุให้เห็นการอุบัติขึ้นและเหตุการณ์ต่างๆ ที่ยังคงถูกปิดบังจากสายตา
สิ่งนี้สามารถกล่าวอย่างสรุปได้ว่า หลังจากที่หัวใจออกมาจากความเร่ง รีบของความคิดแล้ว ได้รวมศูนย์ไปยังความคิดเดียว และสัมผัสที่หกของมนุษย์ก็ถูกกระตุ้นด้วยความสว่างไสวของมันทั้งหมดเป็นการสังเกตตามปกติของเรา ว่าเครือข่ายของชีวิตถูกทักทอด้วย ความคิดหลากหลายประเภท มนุษย์มีชีวิตอยู่บนเสี้ยวต่างๆ ของความคิดและมโนคติ
ตัวอย่าง
เรารู้สึกกระหาย อะไรคือความกระหายนี้ ความกระหายคือการ กระตุ้นเพื่อรักษาการเจริญเติบโตของร่างกายเอาไว้ การกระตุ้นนี้มาสู่จิตใจของ เราในรูปแบบของความคิด และภายใต้อิทธิพลของความคิดนี้ เราจึงถูกบังคับ ให้กระทำบางสิ่งบางอย่าง เช่นเดียวกันการกระตุ้นและความต้องการอย่างอื่น ทั้งหมดในชีวิตของเราก็ดำเนินตามกฎข้อนี้ ไม่มีกิจกรรมใดของชีวิต ซึ่งเริ่มโดยความคิด และจบลงด้วยการสรุปทางความคิด เมื่อมีความรู้สึกเหนื่อย เราจะได้รับรายงานในรูปของความคิดที่ว่า เราควรได้รับการพักผ่อนและเราก็ไปนอน

แสดงทั้งหมด ↓

โปรดให้ความคิดเห็นของคุณ

Your Name (required)

Your Email (required)

Subject

Category

Your Message