การปฏิเสธเวลา

หนังสือ:การปฏิเสธเวลา

ผู้แต่ง:

URL แบบสั้น: http://iseek.online/?p=9547

ความสามารถในการบินของมนุษย์ สัมพันธ์กับกระแสไฟฟ้าที่สะสมไว้ พลังงานสะสมไว้มากเท่าใด ความสามารถของมนุษย์ในการปฏิเสธกาลเทศะก็มีมากขึ้น เท่านั้น มีเหตุการณ์จำนวนมากมายที่พบได้ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เมื่อมนุษย์ สามารถเดินทางเป็นเวลาหลายปีได้ในหนึ่งนาทีโดยปราศจากทรัพย์สมบัติและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ

เกาส์อะลี ชาฮ์ กล่าวว่า ครั้งหนึ่งมีชายคนหนึ่ง ซึ่งจากการแต่งกายของเขา ดูเหมือนเป็นข้าราชสำนักได้มาพบชาฮ์อับดุลอะซีซ และบอกว่าเขาเผชิญกับสถานการณ์ประหลาดและน่าฉงนสนเท่ห์ ซึ่งไม่มีใครอยากเชื่อ แม้แต่ตัวเขาเองก็ ฉงนงงงวย เขาเล่าเรื่องให้ฟังดังต่อไปนี้

“ข้าพเจ้าอาศัยอยู่ในลัดเนา มีงานทำและเจริญรุ่งเรืองดี  เมื่อโชคหันหน้าไปจากข้าพเจ้าก็ตกงานเมื่อปัญหาทางการเงินทวีความรุนแรงขึ้น ข้าพเจ้าจึงตัดสิน ใจที่จะพยายามแสวงโชคในสถานที่อื่น จึงออกเดินทางไปยังโอดัยปูร โดยเตรียม อาหารไปกินระหว่างทางด้วย  ระหว่างเดินทางใน เรวารี ข้าพเจ้าได้พักที่โรงแรม ในสมัยนั้นไม่ใช่สถานที่พลุกพ่านนัก มีพนักงานแม่บ้านสองสามคนทำงานอยู่ ข้าพเจ้านั่งอยู่ที่นั่นด้วยความปริวิตกในใจ เพราะขณะนั้นเงินทุนร่อยหรอ ใกล้จนหมดแล้ว พนักงานแม่บ้านคนหนึ่งเข้ามาหาข้าพเจ้าแล้วถามถึงเรื่องอาหาร ข้าพเจ้าแสร้งทำ เป็นอ่อนเพลีย และบอกเธอว่า จะขอพักเสียหน่อยแล้วค่อยสั่งอาหารในภายหลัง  หลังจากนั้นไม่นานเธอก็เข้ามาอีกและถามคำถามเดียวกัน ข้าพเจ้าก็ตอบไปแบบครั้ง ที่แล้ว เมื่อเธอมาถามเป็นครั้งที่สาม ข้าพเจ้าไม่อาจ อดทนได้จึงเล่าให้เธอฟังทุกอย่าง รวมทั้งสภาพที่ไม่มีเงินแม้แต่สตางค์แดงเดียว และจากมาด้วยเงื่อนไขที่ต้นปี ขายบ้าน และอาวุธเท่านั้น เมื่อได้ยินเรื่องนี้เธอได้แต่จากไปเงียบๆ ด้วยใบหน้าอันเศร้าสร้อย หลังจากนั้นชั่วครู่ เธอกลับมาและยื่นเงินให้ข้าพเจ้า 10 รูปี พร้อมกับกล่าวว่าเป็น เงินที่เธอหามาได้อย่างยากลำบาก เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการทำพิธีศพของตัวเอง และต้องการให้ข้าพเจ้ายืม โดยให้ใช้คืนเธอเมื่อพระเจ้าทรงประสงค์ให้ข้าพเจ้าทำ ได้ ข้าพเจ้ารับเงินมาด้วยความขอบคุณและไปถึงยังโอดีบปูร  ด้วยพระประสงค์ของ พระเจ้า ข้าพเจ้าได้งานที่ราชสำนัก ในเวลาไม่กี่ปีข้าพเจ้าสามารถตั้งตัวได้  เมื่อข้าพเจ้า ได้รับจดหมายจากทางบ้านว่า ต้องการให้ข้าพเจ้ากลับบ้าน สืบเนื่องจากการแต่งงาน ลูกชายข้าพเจ้า ซึ่งล่าช้ามาพอสมควรแล้ว

ข้าพเจ้าทูลพระราชา เพื่อขออนุญาลาด้วยวัตถุประสงค์ดังกล่าว และออกเดินทางกลับบ้าน   เมื่อมาถึงเรวารี ความทรงจำเก่าๆ ก็สะท้อนกลับมา และได้ไป ยังโรมแรม เพื่อถามหาแม่บ้านที่ให้เงินยืมข้าพเจ้า โดยได้รับแจ้งว่าเธอกำลังเจ็บหนัก ใกล้เสียชีวิต เมื่อข้าพเจ้าสามารถเข้าไปดูได้ เธอก็หมดลมหายใจต่อหน้าข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจัดการงานศพและการฝั่ง  จนเรียบร้อย   เมื่อข้าพเจ้าเข้านอนในตอน ดึกคืนนั้น ก็พบว่าเงิน 5,000 รูปีหายไป ข้าพเจ้าหาด้วยความร้อนใจแต่ไร้ประโยชน์ และนึกขึ้นได้ว่า เมื่อวางศพของแม่บ้านลงในหลุม เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าข้าพเจ้าวาง มันไว้ที่นั่น จากความคิดนี้ ข้าพเจ้าจึงไปยังสุสานและเริ่มขุดหลุมศพของเธอ เมื่อลงไปในหลุมเป็นที่แปลกใจมากว่า ไม่มีทั้งโลงและเงินของข้าพเจ้ามีแต่หน้าต่าง ปรากฏต่อสายตา ข้าพเจ้าไม่อาจทนต่อแรงกระตุ้นที่จะมองเข้าไปในหน้าต่างหลุมศพได้ ข้าพเจ้าเห็นโลกใหม่ทั้งหมดอยู่ต่อหน้า ทิวทัศน์อุทยานและสวนผลไม้ทั้งหมด ปรากฏต่อสายตา พร้อมทั้งคฤหาสน์ใหญ่โตมโหฬารด้วย   ข้าพเจ้ารวบรวมความกล้า และเดินผ่านหน้าต่างเข้าไป เมื่อไปถึงตัวอาคาร ข้าพเจ้าพบสตรีแสนสวย อยู่ในชุดที่สูงศักดิ์ ลักษณะเป็นผู้ดีมีมารยาท มีสาวใช้คอยบริการนั่งอยู่ด้วย สตรีผู้นั้นเชื้อเชิญข้าพเจ้า และถามว่าจำเธอได้หรือไม่ เธอกล่าวว่า

ฉันคือแม่บ้านคนเดียวที่ให้เงินท่าน 10 รูปี พระองค์ทรงพอใจด้วยความปรานีต่อการกระทำดังกล่าว จึงทรงมอบความโปรดปรานและความกรุณานี้แก่ฉัน นี่คือเงินของท่าน ซึ่งทิ้งไว้ในหลุมฝังศพ จงเอามันไป และออกจากสถานที่นี้ทันที

 

ข้าพเจ้าแสดงความต้องการที่จะอยู่ต่อสักพักหนึ่ง เพื่อดูสถานที่รอบๆ แต่ เธอคัดค้านความต้องการของข้าพเจ้าอย่างแข็งกร้าว โดยกล่าวว่า

ท่านไม่สามารถเห็นสถานที่เหล่านี้ได้ตลอดไปจนกว่าจะถึงวันพิพากษาตัดสิน จงออกไปเสียแต่เดี๋ยวนี้ ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้โลกของท่านไปอยู่ที่ไหนแล้ว

ข้าพเจ้าปฏิบัติตามคำแนะนำของเธอ เมื่อออกมาจากสถานที่แห่งนั้น ข้าพเจ้าก็พบตัวเองอยู่ในโลกที่แปลกออกไป โรงแรมที่เคยพักหรือผู้คนรอบๆ ที่อยู่เมื่อในขณะข้าพเจ้าอยู่ที่หลุมฝังศพก็ไม่มีที่นั่น เมืองใหม่เกิดขึ้นตรงบริเวณที่โรงแรมเคยตั้งอยู่ ข้าพเจ้าถามเกี่ยวกับโรงแรม แต่ปรากฏว่าทุกคนไม่รู้ถึงการมีของมัน เมื่อพยายาม พูดถึงประสบการณ์การสังเกตเห็นดังกล่าว ทุกคนกลับบอกว่าข้าพเจ้าเป็นคนวิกลจริต ท้ายที่สุดข้าพเจ้าถูกนำไปพบชายชราคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อพังเรื่องราวแล้ว ได้รำพึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า

ฉันจำได้ลางๆ เกี่ยวกับบางเรื่องบางราวที่ปู่ทวดของฉันพูดถึงโรงแรม และการอันตรธานหายไปอย่างลึกลับของคหบดีคนหนึ่งซึ่งอยู่ที่นั่น

เมื่อข้าพเจ้าแจ้งว่าชายคนที่พักอยู่ที่โรงแรมและหายไปก็คือตัวข้าพเจ้าเอง ทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างก็แสดงความแปลกใจ”

เมื่อชายผู้นั้นพูดจบแล้วก็เงียบลง และขอคำแนะนำจากชาฮ์อับดุลอะซีซ ถึงสิ่งที่เขาสมควรกระทำ และสถานที่ที่ควรจะไป เนื่องจากเขาไม่มีที่พักอาศัยและ เคหสถาน ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่เกิดขึ้นยังทำให้เขาจิตใจสลาย

ชาฮ์อับดุลอะซีซ จึงกล่าวว่า

“ทุกสิ่งที่ท่านบอกกับฉันนั้นถูกต้อง กาลเวลาในโลกนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง กับกาลเวลาของในโลกนั้น”

และแนะนำเขาให้เดินทางไปยังบ้านของพระเจ้า (กะอ์บะฮ์) แล้วใช้เวลา ที่เหลืออยู่ของชีวิตในการระลึกถึงพระองค์ พร้อมกับมอบค่าใช้จ่ายในการเดินทาง พร้อมกับกล่าวคำอำลาต่อเขา

ดูบทความนี้ในหนังสือที่พิมพ์บนหน้าเว็บ (หรือหน้า): 133 ถึง 137

แสดงทั้งหมด ↓

โปรดให้ความคิดเห็นของคุณ

Your Name (required)

Your Email (required)

Subject

Category

Your Message